วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

นายกฯขี้จุ๊ กับองครักษ์อวดฮู้ (เวทีอิสระ)

ตาดู หูฟัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบาย รัฐบาลต่อสภาแล้ว คนรากหญ้าเหี่ยวๆ แห้งๆ อย่างผม ฟังรื่นหู ดูน่าเลื่อมใส แต่ขอโทษครับ ขี้จุ๊จังเลย คนรากหญ้าหรือประชาชน คนมีสติ ที่รอคอยคำมั่นสัญญาของนายกฯคงจะผิดหวัง ตามๆ กัน ในหลายๆ เรื่องครับ เช่น

1) สัญญากับพวกผมว่า ค่าแรงขั้นต่ำจะได้ไม่ต่ำกว่า 300 บาท เงินเดือนเด็กจบปริญญาตรีจะได้ 15,000 บาท แต่กลับเล่นลิ้นเปลี่ยนเป็นการ ประกันรายได้ไปเสียฉิบ

2) สัญญาจะยกเลิกเงินกองทุนน้ำมัน แต่กลับคำพูดเป็นชะลอเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน กลายเป็น มาตรการชั่วคราวเสียแล้ว 3) สัญญาจะแจกแท็บเลตนักเรียนอย่างทั่วถึง เหมือนที่อ้ายเจ้ามูลเมืองบอกว่า ต่อไปนี้ เด็กนักเรียนไทยจะมีแท็บเลตหนีบรักแร้ไปเล่นที่ศูนย์การค้าทุกคนแต่คงยากเสียแล้ว เพราะนายกฯแถลงหน้าตาเฉย ว่า จะแจกทดลองให้เด็กประถมหนึ่งเฉพาะโรงเรียนที่ทำเป็นโครงการการนำร่องก่อน 4) เรื่อง นโยบายจำนำข้าว พวกผมที่เก็งกันว่า จะนำข้าว ไปจำนำได้เงินมากกว่าราคาจริง ก็ต้องหันมากินแห้วกันแล้ว เพราะน้ำท่วมนาล่มหมด ไม่มีข้าวจำนำ เหลือแต่ตัวเปล่าล่อนจ้อน รัฐบาลนายกฯ คนสวยจะรับจำนำตัวพวกผมไหมครับ?

ผมจำได้ตอนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินหาเสียง

ให้คำมั่นสัญญาต่างๆ ไว้ พวกผมทุกคนต่าง หน้าชื่นเพราะหวังว่าสิ่งต่างๆที่สัญญาไว้นั้น จะช่วยให้

พวกผมมีเงินติดกระเป๋า ตามที่อ้ายเจ้ามูลเมืองบอก ไว้ แต่กลับต้อง อกตรมเพราะพอน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัญญาปุบ สินค้าก็ขึ้นราคาปับทันที ยังจำ

คำสัญญาได้ว่าจะ กระชากค่าครองชีพลงแต่พอได้ตำแหน่ง นายกฯขี้จุ๊ ณ ตอแหล กลับทำ

ตรงกันข้าม ถีบค่าครองชีพขึ้นเสียแล้ว

แม้จะอดดูละครน้ำเน่าเพราะมัวไปดูนายกฯขี้จุ๊แถลงต่อสภา แต่ก็สนุกอีกแบบ ได้ดูลวดลายร.ต.อ. ดร.เฉลิม แสดงนำเป็น องครักษ์อวดฮู้มีหน้าที่ ทนายหน้าหอแก้ต่างแทนนายกฯ

ขี้จุ๊ทุกเรื่อง นับว่าทักษิณเลือกคนถูก ใช้คนเป็น เก็บองครักษ์อวดฮู้ไว้ในตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อใช้ พิทักษ์น้องสาวในสภาโดยตรง เพราะเป็นผู้รู้ทุกเรื่อง รู้ไปหมด ไม่ว่าเรื่องกฎหมาย เรื่องกระบวนการยุติธรรม แม้แต่เศรษฐกิจ การคลังก็ยังรู้ ตอบเฉไฉ ได้ทุกเรื่อง เป็น ดร.ที่พูดอังกฤษสำเนียงแปลกเหมือนนกแก้วหัดพูดภาษาคน

การแถลงนโยบายรัฐบาลเรื่องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่หนักแน่น ไม่ชัดเจน เมื่อ สมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายแนะนำ ย้ำเตือนว่า รัฐบาล ต้องดำเนินการเด็ดขาดกับผู้จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน

และผู้มีพฤติกรรมจะล้มล้างสถาบันฯโดยเฉพาะคน เสื้อแดง ซึ่งรัฐบาลทราบดีว่า มีตัวตนอยู่ในประเทศ หรือหลบหนีอยู่ต่างประเทศ นายกฯขี้จุ๊ก็มอบให้

2 รองนายกฯคือ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม และพล.ต.อ. โกวิทอดีต ผบ.ตร.ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์นาย ชี้แจงแทน คนแรก องครักษ์อวดฮู้ชี้แจงฉะฉานแต่เฉไฉ คนหลังชี้แจงอึกอักฟังได้ว่า คนทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกระบวนการ รัฐบาลจะปกป้อง และ เทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน เราอย่ามาตำหนิหรือโทษกันเลย เพราะบางคนเป็น เพียงผู้ถูกกล่าวหา ต้องรอให้ศาลตัดสินพวกผม ฟังแล้ว โหวงเหวง สลดใจต่อความรับผิดชอบของรัฐบาลในเรื่องสำคัญยิ่งนี้เสียจริงๆ

ในคืนวันที่ 24 สิงหาคม 2554 ความวุ่นวายจากการประท้วงของสมาชิกพรรครัฐบาล โดยเฉพาะ สส.ตู่ และ สส.เต้น ที่ปฏิเสธว่า การ จาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ นั้น ไม่ใช่พฤติกรรมของคนเสื้อแดงเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวาย จนสภาล่มไม่เป็นท่า

ผมมีลางสังหรณ์ว่า รัฐบาลของนายกฯ ขี้จุ๊ คงจะล่มในเร็ววัน เหมือนที่สภาล่ม เพราะการไม่มีมารยาท ขาดหลักขันติธรรมและการมีโมหะจริตของนักการเมืองในสภา ที่เห็นชัดเจน ที่สุดก็คือมารยาททางการเมืองของนายกฯขี้จุ๊ หลังจากตั้งหน้าตั้งตาอ่านนโยบายจนจบ คงจะเพลียมาก ขาดความอดทนที่จะนั่งฟังการอภิปรายของผู้นำฝ่ายค้าน จึงเร้นกายหายไปดังนินจา อย่างไร้มารยาททางการเมือง

ผมไม่แน่ใจว่านายกฯขี้จุ๊ จะสวยแต่รูป จูบไม่หอมดังคำโบราณว่าไว้หรือเปล่า?

เสาชิงช้า หน้าโบสถ์พราหมณ์
วันที่ 27/8/2011 แนวหน้า

300บาท 'เงาตามตัว' รัฐบาล300เสียง

“มือใหม่” ทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เพราะการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่มีรัฐธรรมนูญ “ข้อไหน” ห้ามนายกรัฐมนตรี “อ่าน” เอกสารการแถลงนโยบาย

ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาทีกับ 44 หน้า ที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนอ่านอยู่บนบัลลังก์ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้จะไม่น่าฟังและสะท้อนให้เห็นถึงอะไรบางอย่างในตัว
ผู้นำรัฐบาล

แต่หากเข้าใจว่า นี่เป็นครั้งแรกของนายกฯ หญิง ใครที่ไม่เคยขึ้นไปยืนตรงจุดนั้น ไม่มีทางรู้หรอก

รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เขาเน้นไปที่ ’การทำ“ มากกว่า ’การพูด“ ฉะนั้นจึงต้องให้โอกาสกับรัฐบาล 300 เสียง

ขนาด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านและว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้คาดคั้นเอาเป็นเอาตาย เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ในช่วงการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. 2554 ด้วยเพราะไม่อยากให้นักการเมืองตกอยู่ในคำสบประมาทว่า

’จะพูดอะไรก็ได้เพื่อหาคะแนนเสียง“

1 ในสัญญาหน้าฝน ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หลายเรื่องกำลังถูกมองว่า มีเงื่อนไขและมีระยะเวลา มีการอ้างความพร้อม อ้างผลการศึกษา เข้ามาเกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างแค่นโยบาย ขึ้นค่าจ้างทันทีทั่วประเทศ 300 บาท

“พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงว่าจะปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทและบอกจะทำทันที ขึ้นได้ทันที แต่ในนโยบายก็เขียนไว้ว่าจะทำให้รายได้มีไม่น้อยกว่า 300 บาท บอกว่าต้องสอด
คล้องกับประสิทธิภาพและผลิตภาพการใช้แรงงานซึ่งการระบุไว้แบบนี้อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและเลือกพวกท่านเข้ามา”

’ต้องสอดคล้องกับประสิทธิภาพและผลิตภาพ“ คืออะไร จะหมายถึงการไม่ทำทันที ไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ หรืออะไรไม่พูดให้
เหมือนช่วงหาเสียงไว้

“ผมไม่อยากบอกว่าเป็นการโฆษณาเกินจริงเดี๋ยวต้องเดือดร้อนกับ รมต. ที่ดูแลองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค เพราะเป็นการโฆษณาเกินจริง อย่าให้นักการเมือง พรรคการเมืองถูกมองว่าทำอย่างพูดอย่างไม่ทำตามที่พูดไว้ ในนโยบายก็ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนเขียนไว้แค่จะปรับโครงสร้าง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

วันนี้นโยบาย 300 บาท กำลังกลายเป็น ’เงาตามตัว“ รัฐบาล 300 เสียงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คำ ถาม ๆ ๆ ๆ ๆ

แต่ทุกครั้งก็จะมี ’คำตอบ“ กลับมา เพียงแต่นับวันจะเป็น ’คำตอบ“ ที่ห่างไกลจากนโยบายที่ได้สัญญาไว้ช่วงเลือกตั้งเท่านั้นเอง.


แหล่งข่าว เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

“นโยบายสิ่งแวดล้อม"เน้นบูรณาการหน่วยงานร่วมกัน

คมชัดลึก : จากการเสวนาโต๊ะกลม “กรุงเทพธุรกิจ ฟอรั่ม” จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจในหัวข้อ “นโยบายพรรคการเมืองกับประเด็นสิ่งแวดล้อม” มีตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และพรรคภูมิใจ โดยมีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าร่วม

รถไฟฟ้า 12 สาย สะดวก เร็วเชื่อม-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ ตั๋วใบเดียวเชื่อม เมล์-เรือ-รถไฟcampaign.democrat.or.th

โดยเริ่มจาก "อภิรักษ์ โกษะโยธิน" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายของพรรคเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุล โดยเฉพาะการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ที่เคยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะปรับเปลี่ยนใหม่ไม่เน้นอุตสาหกรรมหนัก จะเพิ่มการบริหารจัดการในรูปแบบพิเศษยกระดับในเมืองอุตสาหกรรม เช่นแหลมฉบัง มาบตาพุต และเกาะสมุย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น นำหลักการผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ และนำมาตรการทางภาษีสิ่งแวดล้อมมาใช้ จะช่วยให้เกิดความรับผิดชอบและการสร้างกระบวนการเป็นธรรม ส่งเสริมให้ประชาชน และภาคส่วนต่างๆ มีบทบาทในการรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อม

ด้าน "ปรพล อดิเรกสาร" ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นโยบายพรรคจะเน้น “กัน ก่อน แก้” หากสามารถจัดการบูรณาการให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ มีการวางระบบการเตือนภัย และระบบรองรับน้ำได้ตามแผนที่เสนอไว้ ถ้าเรามีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง จะเข้าไปบูรณาการในเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลักดันให้สำนักงบประมาณจัดงบในการวางแผนป้องกันปัญหากับหน่วยงานด้านน้ำ และการเตือนภัยพิบัติตามคำขอ เพื่อทำโครงการป้องกัน แทนที่จะนำเงินไปแก้ปัญหาหรือหาเงินไปชดเชยภายหลัง ถือเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ

ขณะที่ "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเตรียมโครงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยจะเปลี่ยนการใช้รถยนต์ มาเป็นระบบขนส่งมวลชนแบบรถราง เริ่มจาก กทม.ก่อน แต่ต้องมีมาตรการจูงใจ เช่น ลดภาษีสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ให้จอดในสถานีเพื่อลดการจราจร ขณะที่ต่างจังหวัด ทางรถไฟต้องเพิ่มเป็นสองเลน และพัฒนาตามทางรถไฟ ส่วนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอาจขอทำสวนสาธารณะในเขตทหารเพิ่มมากขึ้น เตรียมเดินหน้าทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมใน กทม. และอีก 14 จังหวัดภาคกลาง เพื่อป้องกันน้ำท่วมจะแก้ไขกฎหมายด้านป่าไม้ ที่ดิน สัตว์ป่า และกฎหมายทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษ รวมถึงการแก้ปัญหาระหว่างชุมชนกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกต้องแยกออกจากกัน

ส่วน "ปราโมทย์ ไม้กลัด" อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังไม่เห็นพรรคการเมืองที่จะมาอาสาดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพราะส่วนใหญ่เป็นนโยบายเพ้อฝันไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ต้องชี้ให้ได้ว่าจะจัดการป่าเพื่อให้ป่าฟื้นตัวขึ้นในสภาพที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ปลูกป่าเพิ่มป่า เพราะเป็นแนวคิดนามธรรม ส่วนอุทกภัยน้ำท่วม ต้องชี้ชัดว่าจะเอายุทธศาสตร์มาแก้ไขปัญหาอย่างไร ส่วนการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ อะไรคือสิ่งที่จะแก้ บางพรรคบอกว่าจะหาจัดหาน้ำผ่านระบบท่อไปให้แก่เกษตรกรแล้ว จะสร้างเขื่อนผันน้ำข้ามลุ่มเป็นโครงการหาเสียง

"หาญณรงค์ เยาวเลิศ" ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า จากการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง ยังไม่พบว่ามีการเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อตรวจสอบได้ภายหลังที่เข้ามาบริหารประเทศ ทำเกินเลยที่ประกาศนโยบายไว้หรือไม่ เพราะหากเข้ามาเป็นพรรคร่วมก็ต้องถือเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ต้องแสดงความรับผิดชอบ อยากฝากว่าในการผลักดันโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ขอให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ อยากเห็นความชัดเจนในด้านกฎหมาย รวมทั้งแผนการลงทุนในภาคใต้ ทั้งที่รัฐบาลยังจัดการปัญหามลพิษในภาคตะวันออกได้สำเร็จ

ส่วน "ชายน้อย เผื่อนโกสุม" ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาของเอกชน แต่กรณีปัญหามาบตาพุดที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นเพราะข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ไม่มีกฎหมายลูกมารองรับ อยากเห็นนโยบายรัฐบาลที่ชัดเจน เพราะเอกชนไม่เคยปฏิเสธกติกาในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่มีปัญหาแล้วสั่งหยุด ล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้า ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ก็ยังเดินหน้าไม่ได้ ทั้งที่ปัจจุบันเราซื้อไฟจากเพื่อนบ้าน 6-7% และนำเข้าแก๊สจากพม่า 30% ในอนาคตหากมีปัญหากับเพื่อนบ้านจะทำอย่างไร

ด้าน "สนธิ คชวัฒน์" อนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คนที่จะเข้ามาต้องคิดว่าจะเพิ่มพื้นที่ป่าปีละเท่าไหร่ จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างไร จะจัดการกับปัญหาต่างๆ อย่างไร และต้องจัดโซนนิ่งสิ่งแวดล้อมแก้ไข พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำกองทุนสิ่งแวดล้อมมาใช้ได้จริง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เราต้องกำหนดมาตรการรองรับประชาคมอาเซียน ส่งเสริมสนับสนุนคนที่ยอมรับให้มีเตาเผาขยะ หรือโครงการที่กระทบสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้บ้านตัวเอง

ยิ่งลักษณ์ลับลวงพราง? ดันกม.ฟอกผิดให้นช.แม้ว (ผ่าประเด็นร้อน)

ในรายการ"เรื่องเด่นเย็นนี้"ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)อันดับ 1 เพื่อเพื่อไทยซึ่งจะเป็นนารีขี่ม้าขาวเข้าชิงเก้าอี้นายกฯคนที่ 28 ของประเทสให้สัมภาษณ์ค่อนข้างชัดเจนว่าจะเดินหน้าผลักดันกฏหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึง นักโทษชายแม้วผู้เป็นพี่ชายท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าจะเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติความแตกแยกและความรุนแรงในบ้านเมือง

ความพยายามที่จะผลักดันกฏหมายนิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 โดยอ้างบังหน้าว่าเพื่อสร้างความปรองดองนั้นถูกตั้งข้อสังเกตุว่าที่จริงแล้วเป็นแผนลับลวงพลางโดยมีเป้าหมายแอบแฝงที่แท้จริงก็เพื่อฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้กับ นักโทษชายแม้ว และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง และทวงทรัพย์สิน 46,000 ล้านของ นักโทษชายแม้ว ที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืน

ประเด็นอันเป็นสาระสำคัญที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างมาตลอดเพื่อสร้างความชอบธรรมในความพยายามที่จะกกฏหมายนิรโทษกรรมฟอกโทษความผิดให้พี่ชายก็คือ 1. จะอาศัยประชามติของมหาชน 2.เป็นการนิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะเพื่อ นักโทษชายแม้ว เพียงคนเดียว 3..เพื่อสร้างความปรองดอง



ข้ออ้างสร้างความชอบธรรม 3 ประการดังกล่าวข้างต้นเป็นกลยุทธ์ที่แยบยลแบบศรีธนญชัยที่เชื่อว่ามีการวางแผนมาเป็นอย่างดีภายใต้การบงการของ นักโทษชายแม้ว ซึ่งแน่นอนว่าหากมีการทำประชามติถามประชาชนว่า เห็นด้วยกับการออกฏหมายนิรโทษกรรมโดยอ้างเพื่อสร้างความปรองดองหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งยังไม่เข้าใจเบื้องหลังเป้าหมายที่แท้จริงย่อมสนับสนุนอย่างไม่ต้องสงสัยโดยพิจารณาเพียงผิวเผินอยากเห็นการปรองดอง อีกทั้งหากพรรคเพื่อแม้วได้เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งย่อมสามารถที่จะกำหนดผลการทำประชามติให้ออกมาตามที่ตัวเองต้องการได้ไม่ยาก

ส่วนที่อ้างว่าเพื่อสร้างความปรองดองนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเพราะการออกกฏหมายนิรโทษกรรมกลับจะยิ่งจุดชนวนแตกแยกจนบ้านเมืองอาจลุกเป็นไฟจากการที่มหาชนจำนวนไม่น้อยที่จะรวมตัวออกมาประท้วง

และที่อ้างว่าเป็นการออกกฏหมายนิรโทษกรรมทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นเพียงการหาเหตุผลบังหน้าสร้างความชอบธรรมเพื่ออำพรางเป้าหมายที่แท้จริง ทั้งๆที่ผู้ซึ่งได้ประโยชน์จากการออกกฏหมายโดยตรงอย่างแท้จริงก็คือ นักโทษชายแม้ว

ความพยายามออกกฏหมายฟอกโทษความผิดให้นักโทษชายแม้วทำให้นึกถึงผลการเลือกตั้งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเปรูเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งผลปรากฏว่านางเคอิโกะ ฟูจิโมริ บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการทรราชย์ฟูจิโมริพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อคู่แข่งเนื่องจากชูนโยบายนิรโทษกรรมความผิดให้ผู้เป็นพ่อที่กำลังถูกดำเนินคดีฐานคอร์รัปชั่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยครั้งนี้จะเหมือนกับการเลือกตั้งที่เปรูหรือไม่เพราะเผอิญมีเรื่องการออกกฏหมายนิรโทษกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนกันไม่มีผิด

ทีมข่าวการเมือง
วันที่ 11/6/2011 แนวหน้า

เดรัจฉานย่อมเลือกเดรัจฉาน (เฉลิมชัย ยอดมาลัย)

เราต้องยอมรับความจริงว่า สังคมไทยยุคนี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยยังจมอยู่ในโลกความฝัน คนผู้ยังหลับใหลลืมตื่นกลุ่มนี้มีลักษณะร่วมประการหนึ่งคือชอบของฟรี ชอบฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันเลื่อนลอย ชอบเพ้อฝันว่าโลกนี้มีแต่ของฟรี ชอบลดตัวเป็นลูกน้องของนักเลงหัวไม้และโจรห้าร้อย เพราะหลงเชื่อว่าเหล่าอันธพาลจะช่วยให้ตนเองมีกินมีใช้ตลอดไป

คนน่าสมเพชพรรค์นี้ไม่ชอบทำงาน ไม่ชอบออกแรง และไม่ชอบความจริง ดังนั้นในแต่ละวันคนพวกนี้จึงอยู่ในโลกความฝัน ชอบเสพละครน้ำเน่า เฝ้าดูตลกปัญญาอ่อน ชอบเล่นการพนัน ไม่ชอบอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มพูนสติปัญญา แต่ที่มากกว่านั้นคือ ชอบละเมอเพ้อพกว่า ตนเองจะร่ำรวยลืมตาอ้างปากได้ เพราะได้ของแจกของแถมจากนักการเมือง

เมื่อสังคมไทยมีคนจำพวกหลับใหลลืมตื่นและปัญญาตื้นเขินเป็นจำนวนไม่น้อย ก็ทำให้นักเลือกตั้งเห็นช่องทางกอบโกยและโกงบ้านกินเมือง เพราะนักเลือกตั้งรู้ดีว่าการหว่านของแจกของแถมเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งด้อยราคา ไร้คุณค่าให้กับคนที่กินไม่เลือก สุดท้ายนักเลือกตั้งจะได้ผลตอบแทนที่สุดแสนคุ้มค่า คือได้เข้าไปนั่งลอยหน้าแสวงหาโอกาสกอบโกยโกงกินอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือมิฉะนั้นก็อาจได้เข้าไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ

ยิ่งปัจจุบันคนไทยจำนวนหนึ่งดันรับสารภาพออกมาตรง ๆ ว่า เลือกคนโกงคนชั่วก็มิใช่เรื่องแปลก เพราะนักการเมืองพรรคไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่โกงและชั่วช้าสามานย์พอ ๆ กัน ดังนั้นหากเลือกคนชั่วคนโกงแล้วได้ของแจกของแถม หรือได้เงิน 300, 400 บาท ก็ถือว่าดีกว่าเลือกโดยไม่มีอะไรตอบแทน

เป็นเพราะสังคมไทยมีคนคิดเลวและต่ำแบบนี้เอง จึงทำให้นักเลือกตั้งเฟื่องฟูเต็มบ้านเต็มเมือง เมื่อนักเลือกตั้งแพร่กระจายสายพันธุ์ชั่วจนเต็มแผ่นดิน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บ้านเมืองต้องประสบปัญหาและวิกฤตการณ์สารพัดครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะเคยลุกเป็นไฟมาแล้วหลายครั้ง แต่ทว่าคนสิ้นคิดก็ยังไม่สำนึกและไม่หลาบจำ คนสิ้นคิดยังติดอกติดใจเศษเงินและเศษอาหารที่นักเลือกตั้งใช้เท้าเตะและเขี่ยให้กิน

หากถามตรง ๆ ว่า คนสิ้นคิดไม่รู้จริง ๆ หรือว่าตนกำลังถูกนักเลือกตั้งหลอกใช้ หรือกำลังถูกนักเลือกตั้งเหยียบหัวเพื่อก้าวไปสู่อำนาจรัฐ เมื่อซักไซร้ให้ลึกแล้วก็พบว่า จริง ๆ แล้วชาวบ้านก็พอจะรู้ แต่ครั้นเมื่อได้รับเศษเงินและเศษของแจกจากนักเลือกตั้ง เพียงเท่านี้ความคิดในเรื่องผิดชอบชั่วดีก็มลายหายไปโดยพลัน หากพลเมืองไทยส่วนใหญ่ของไทยยังมีความคิดน่าสมเพชเช่นนี้ รับรองว่ารัฐสภาไทยจะเต็มไปด้วยนักการเมืองที่เลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน ซึ่งก็ไม่ประหลาดเพราะเดรัจฉานในสภาก็ล้วนแล้วแต่มาจากการเลือกสรรของเดรัจฉานจากนอกสภา
แนวหน้า

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นโยบายเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเหมือนกันแล้ว"กูไม่เอามึง"

คมชัดลึก : แล้วพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อค่าย "ทักษิณ" กับ "เนวิน" ประกาศนโยบาย "กูไม่เอามึง" อย่างโจ่งแจ้ง? และมีใครเชื่อจริงๆ หรือเปล่าว่าทั้งสองจะไม่กลับไปสู่ "การเมืองไม่มีมิตรและศัตรูถาวร" อีกครั้ง หากผลประโยชน์เกิดคล้องจองกันในวันข้างหน้าหลังเลือกตั้ง?

ข่าวการทหารในเอเชียAPDF – ข่าวและภาพข่าวโดยนักข่าว ฝีมือดีที่สุดของเอเชีย!apdforum.com
แพคเกจแต่งงานสุดคุ้มลดราคาทุกแพคเกจ up to 70% พร้อมรับ ของแถม free อีกมากถึงสิ้นเดือนนี้www.lovehappens-studio.com
อาหารเสริมเพิ่มความสูงของแท้นำเข้าจากญี่ปุ่น 100% รับประกันถูกที่สุดในประเทศwww.beautymoon.com

ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ ณ วันนี้ ต่างคนต่างต้องการจะแย่งเสียงของประชาชนในเขตอีสาน จึงเล่นกลยุทธ์กันอย่างร้อนแรง

แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยบอกว่า สองพรรคนี้อุดมการณ์ไม่ตรงกันแน่นอน ทำงานด้วยกันไม่ได้

แถลงการณ์ของภูมิใจไทยตอกย้ำว่าพรรคนี้ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...และยึดความสงบ, สันติ, สามัคคี...อีกทั้งยังยึดนโยบายสร้างรายได้ ไม่สร้างหนี้ให้แก่คนรากหญ้า...

ถือว่านอกจากจะบอก "กูไม่เอามึง" แล้ว ก็ยังพูดทำนองว่า "มึงมีปัญหา"

แต่อย่าเพิ่งวางใจอะไรทั้งนั้น พี่น้อง...เพราะทุกอย่างในแวดวงการเมืองของนักเลือกตั้งนั้น ฟังหูไว้หูทีเดียวเชียว

สุทธิชัย หยุ่น

เกมซ่อนเงื่อนยิ่งลักษณ์

คมชัดลึก : นอกจากนักการเมืองคู่แข่งแล้ว ภาคประชาชนก็เคลื่อนไหวบดขยี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องด้วย โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

รวยได้ สร้างโชค ให้ตัวเอง200 ฿/ชม กับรายได้เสริมแบบ PartTime ทำงาน ผ่านเน็ต 100% ไม่ต้องเพิ่งดวงthaibizinternetonline.blogspot.com
ทายดวงจากวันเดือนปีเกิดอยากรู้เรื่องความรัก งาน เงิน โชค ทำนายได้จากวันเดือนปีเกิดของท่านเองwww.chocoboard.com/wp/hdl/
งานเสริม parttime กรุงเทพรายได้เสริม 5,000-20,000 บาท/เดือน ใช้ Computer เริ่มงานได้เลยwww.pwc-thailand.com

ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นพยานสำคัญในคดี โดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ที่จะยื่นเรื่องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่นก็เป็นเรื่องการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และอาจคาดหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี หากเธอได้เป็นเพราะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 174 ที่ว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ในขณะที่จำเลยตัวจริงก็เร่งให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือฟอกตัว

เจ้าของพรรคตัวจริง ก็ยังช่วยหาเสียงอยู่นอกประเทศ และแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะก้าวข้ามวันที่ 3 กรกฎาคมด้วยชัยชนะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ว่า พรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากประชาชน คนระดับรากหญ้า และขณะนี้ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางและชั้นสูง ดังนั้น หากการเลือกตั้งดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม พรรคเพื่อไทยก็จะชนะ “ผมถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และหนทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องนี้คือ ผ่านแนวทางการเมือง ไม่ใช่ผ่านระบบยุติธรรม” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการให้การเลือกตั้งฟอกตัวเขา เช่นที่เคยตั้งใจให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เคลียร์ข้อกล่าวหา แต่ไม่สำเร็จ

ถ้าดูผลโพลล์ที่เป็นที่ยอมรับ ในการระดมความเห็นผ่านกรุงเทพธุรกิจฟอรั่ม หัวข้อ “การเมืองเรื่องโพลล์” เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ดร.นพดล กรรณิกา เอแบคโพลล์ อธิบายว่า ใน กทม.กลุ่มตะกอน หรือกลุ่มที่ตกลงใจว่าจะเลือกใคร ก็จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คือ 15% และถึงแม้จะไม่รวมคะแนนเสียงที่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีความเห็น หรือที่พยายามเชื่อกันว่า คือพลังเงียบ ซึ่งโดยปกติก็จะเป็นพลังเงียบไปจนถึงวันเลือกตั้ง เพราะคนกรุงเทพแท้ๆ นิยมออกความเห็น แต่ไม่นิยมออกเสียง ก็พอจะคาดหมายได้ว่า หลังการเลือกตั้งชัยชนะจะเป็นของพรรคการเมืองใด เพราะคนภาคเหนือและอีสานส่วนใหญ่ที่มีความภักดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่นิยมออกความเห็น แต่เหนียวแน่นในการออกเสียงเลือกตั้ง

มีความพยายามที่จะโค่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการปูทางไปสู่การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับนายสมัคร สุนทรเวช คือให้ผ่านไปก่อน แล้วสอยภายหลัง ถึงแม้ในข้อกฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่คู่ความในคดี ไม่ได้อยู่ในข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ว่าในเรื่องนี้ หรือในเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อสกัดกั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกมนี้กลับจะเป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทย เพราะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ที่จะพ้นโทษแบนในเดือนพฤษภาคม 2555 ก็จะฟื้นคืนชีพ กลับมายึดกุมอำนาจการบริหารพรรคเต็มรูปแบบ นั่นอาจหมายถึงการกลับสู่บ้านของนักการเมืองที่แยกตัวออกไปสร้างบ้านรอเวลาด้วย